ตัวอย่างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

ตัวอย่างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ

ภูมิภาคอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่มุ่งเน้นการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ลดปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรมและปัญหามลพิษ สร้างงานให้กับคนในประเทศ และเพิ่มคุณภาพของคนงานที่ทำงานในอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นข้อแตกต่างจากประเทศแคนาดาที่เน้นการบูรณาการมิติเชิงเศรษฐกิจกับมิติเชิงสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน และนำมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการเมืองและระบบอุตสาหกรรม โดยมีการนำหลักการของประสิทธิภาพเชิงนิเวศ (Eco-Efficiency) มาใช้เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเชิงธุรกิจ บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่ประเทศแคนาดาก็ยังมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานหลายข้อ ได้แก่ ปัญหาด้านเทคโนโลยี ปัญหาด้านการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูล ปัญหาด้านงบประมาณ ปัญหาด้านกฎหมายและปัญหาด้านค่านิยมของประชาชน

ภูมิภาคยุโรป

ประเทศสวีเดน
ประเทศสวีเดน เน้นการนำของเสียและขยะกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น นำมาผลิตไฟฟ้า และมีการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงาน ขยะ ของเสียและทรัพยากรน้ำ โดยจะส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองเป็นผู้ปฏิบัติในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของวงจรเมืองนิเวศ

ประเทศเดนมาร์ก
ประเทศเดนมาร์ก มีนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ Kalunborgได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต้นแบบด้านการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบและพลังงานภายในนิคมอุตสาหกรรมอย่างแท้จริงแห่งแรกของโลก โดยการดำเนินการนี้เรียกว่า เครือข่ายอุตสาหกรรมแบบพึ่งพา (Industrial Symbiosis)

สหราชอาณาจักร
การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของสหราชอาณาจักรจะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาค โดยความสำเร็จต่อมาคือ มีการจัดตั้งโครงการ National Industrial Symbiosis Programme (NISP)ที่เน้นการพึ่งพาในระดับประเทศและภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีสำนักงานกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักรทั้งหมด 12 แห่ง

ประเทศเยอรมัน
การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศเยอรมันจะอาศัยกระบวนการพัฒนาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างระบบเศรษฐกิจแบบครบวงจร และมีนโยบายในการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ต้องรับภาระกำจัดของเสียรวมไปถึงการรณรงค์การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่

ภูมิภาคเอเชีย

ประเทศญี่ปุ่น
การดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในภูมิภาคเอเชียได้ถือว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบของการพัฒนาและได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างสูงสุด โดยเป็นการดำเนินการที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และเน้นการมีของเสียเป็นศูนย์ (Towards Zero Waste) โดยการแลกเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรม (Waste Exchange) ตามหลัก 3Rsจุดแข็งของประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้เกิดความสำเร็จนั้นมาจากความร่วมมือที่ดีระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นความเข้มงวดเอาจริงในการใช้กฎหมาย การขยายพื้นที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีเทคโนโลยีที่ดีและเน้นการอนุรักษ์พลังงานและการจัดการวัสดุของเสียแบบบูรณาการ ทำให้ในปัจจุบันมีพื้นที่โครงการ Eco-Townถึง 26 แห่ง

 

รูปที่ตั้งโครงการอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในประเทศญี่ปุ่น (ที่มา Fujita, 2011)   ตารางแสดงพื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศญี่ปุ่น
 

ลำดับ รายชื่อ วันอนุมัติ ประเภทอุตสาหกรรมหลัก
1 Iida City 10 กรกฎาคม   พ.ศ. 2540   รีไซเคิลขวด PETและกระดาษใช้แล้ว
2 Kawasaki City 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2540   รีไซเคิลพลาสติกเหลือใช้โดยใช้เป็นตัวรีดิวซ์(Reducing Agent) สำหรับสินแร่เหล็ก รีไซเคิลกระดาษใช้แล้ว และผลิตขวด PET
3 Kitakyushu City 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2540   รีไซเคิลขวด PET เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน รถยนต์
หลอดไฟเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ และผลิตวัสดุ
ก่อสร้างจากขยะจำพวกไม้และพลาสติก
4 Gifu Prefecture 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2540   รีไซเคิลผลิตภัณฑ์ยาง ขวด PET และ
พลาสติกเหลือใช้
5 Omuta City กรกฎาคม พ.ศ. 2541   ผลิตเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอยและ
รีไซเคิลผ้าอ้อมกระดาษ
6 Sapporo City 10   กันยายน พ.ศ. 2541   รีไซเคิลขวด PET และผลิตน้ำมันจาก
พลาสติกเหลือใช้
7 Chiba City /
Chiba Prefecture
25   มกราคม     พ.ศ. 2542   ผลิต Eco-Cement และก๊าซมีเทน และ
รีไซเคิลผลิตภัณฑ์ไม้ โลหะ และพลาสติก
8 Akita Prefecture 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542   รีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน จัดเก็บโลหะหนัก
และผลิตวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกเหลือใช้
9 Uguisuzawa,
Miyagi Prefecture
12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542   รีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
10 Hokkaido 30     มิถุนายน พ.ศ. 2543   รีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กระดาษ และบรรจุภัณฑ์
11 Hiroshima Prefecture 13   ธันวาคม   พ.ศ. 2543   ผลิตเชื้อเพลิงจากขยะมูลฝอย รีไซเคิลเส้นใยโพลีเอสเตอร์ และหลอมละลายขี้เถ้า
12 Kochi City 13    ธันวาคม   พ.ศ. 2543   รีไซเคิลผลิตภัณฑ์สไตโรโฟม
13 Minamata City 6      กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544   รีไซเคิลขวด และพลาสติกเหลือใช้
14 Yamaguchi Prefecture 29    พฤษภาคม พ.ศ. 2544   เปลี่ยนเถ้าจากการเผาเป็นวัตถุดิบซีเมนต์
15 Naoshima,
Kagawa Prefecture
28          มีนาคม พ.ศ. 2544   รีไซเคิลขี้เถ้า และโลหะมีค่า
16 Toyama City 17    พฤษภาคม พ.ศ. 2545   รีไซเคิลผลิตภัณฑ์พลาสติกผสม ไม้ และผลิตภัณฑ์เส้นใยที่ย่อยสลายยาก
17 Aomori Prefecture 25 ธันวาคม   พ.ศ. 2545   รีไซเคิลเถ้าจากการเผา และเปลือกหอย
18 Hyogo Prefecture 25 เมษายน พ.ศ. 2546   รีไซเคิลล้อรถยนต์
19 Tokyo 27 ตุลาคม พ.ศ. 2546   รีไซเคิลวัสดุก่อสร้าง
20 Okayama Prefecture 29 มีนาคม   พ.ศ. 2547   รีไซเคิลเหล็กและขี้เถ้า
21 Kamaishi,Iwate Prefecture 13 สิงหาคม พ.ศ. 2547   รีไซเคิลขยะจากอุตสาหกรรมประมง
22 Aichi Prefecture

28

กันยายน พ.ศ. 2547   รีไซเคิลนิกเกิล และขยะมูลฝอย
23 Suzuka,Mie Prefecture 29 ตุลาคม พ.ศ. 2547   รีไซเคิลขยะจากอุตสาหกรรมยานยนต์
24 Osaka Prefecture 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2548   รีไซเคิลขยะจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีการใช้น้ำที่สภาวะกึ่งวิกฤติ (Subcritical Water)
25 Yokkaichi,Mie Prefecture 16 กันยายน พ.ศ. 2548   รีไซเคิลผลิตภัณฑ์พลาสติก
26 Ehime Prefecture 20 มกราคม พ.ศ. 2549   รีไซเคิลขวด PET และขยะจากอุตสาหกรรมกระดาษ


 

ประเทศเกาหลีใต้
มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Park) ขึ้นในปี พ.ศ. 2548 โดยมีหลักแนวคิดการสร้างระบบนิเวศวิทยาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Industrial Eco System)ผ่านกลยุทธ์ 5 ประการ ได้แก่ การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบและพลังงานภายในนิคมอุตสาหกรรม การวางแผนและพัฒนาพื้นที่ทางนิเวศ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการส่งเสริมและพัฒนาโครงการนำร่องทั้งหมด 5 โครงการ ซึ่งความสำเร็จที่ชัดเจนคือการมีกำไรทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นของเขตนิคมอุตสาหกรรม Ulsanโดยทำควบคู่ไปกับการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

 

ที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในประเทศเกาหลีใต้ (ที่มา Ban, 2011) พื้นที่ประกอบการอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของประเทศเกาหลีใต้

 

รายชื่อ ประเภทอุตสาหกรรมหลัก
Banwol - Siwha สิ่งทอ กระดาษ สารเคมี และกำจัดขยะด้วยการเผา
Ulsan - Mipo - Onsan รถยนต์ เรือ และปิโตรเคมี
Yeoso ปิโตรเคมี และการกลั่นน้ำมัน
Cheongju กระดาษ สิ่งทอ ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และโลหะ
Pohang เหล็ก ซีเมนต์ และการกำจัดขยะ

สาธารณรัฐประชาชนจีน 
สำหรับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของสาธารณรัฐประชาชนจีน  เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 โดยดำเนินการอยู่บนแนวคิดเศรษฐกิจวงรอบ (Circular Economy: CE)ซึ่งเป็นแนวคิดที่พยายามบูรณาการ (Integrate)มิติเชิงเศรษฐกิจกับมิติเชิงสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันบนพื้นฐานของหลักการนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม โดยองค์การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน (State of Environment Protection Administration of PRC: SEPA) ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ในการสร้างแบบจำลอง (Model) ที่เป็นแนวทางการจัดการและพัฒนาที่เรียกว่า 3+1 ได้แก่ Small Circle, Medium Circle, Great Circle และ Waste Disposal and Recycle โดยดำเนินการเผยแพร่ในลักษณะของบนลงล่าง กล่าวคือ รัฐหรือส่วนปกครองที่มีอำนาจจะเป็นผู้วางแผนและส่งผ่านนโยบายไปยังส่วนรองในลำดับถัดไป ปัจจุบันสาธารณรัฐประชาชนจีนมีเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีโครงการต้นแบบที่ดำเนินการโดยรัฐบาล (National Demonstration EIPs) ทั้งหมด 15 โครงการ และโครงการทดลองโดยรัฐบาล (National Trial EIPs)อีกทั้งหมด 45 โครงการ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ผลความสำเร็จของการดำเนินงานส่งผลให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลท้องถิ่น และนิคมอุตสาหกรรมที่ราบรื่นและกระชับยิ่งขึ้น นอกจากนี้ประเทศจีนยังสามารถผลิตและส่งออกผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
มีการจัดตั้ง EcoParkที่มุ่งเน้นเฉพาะการรีไซเคิล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550เป็นต้นมา โดยส่งเสริมแนวคิดการรีไซเคิลในระดับอุตสาหกรรมชุมชน รวมถึงการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ด้วยหลักแนวคิดเศรษฐกิจวงรอบ (Circular Economy: CE) แต่ปัจจุบันยังคงประสบปัญหาเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เนื่องจากบริษัทผู้เช่าเกือบทั้งหมดยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตที่ตั้งเอาไว้ได้ ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานโดยมองหากลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ และการพัฒนาประสิทธิภาพสินค้า  

 

แผนผังนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (ที่มา EcoPark, 2012)  


ประเทศเวียดนาม
ได้มีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม Bourbon-An Hoaเมื่อปี พ.ศ. 2552 ในจังหวัด TayNinhทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อจัดตั้งให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเช่นเดียวกันกับเกาหลีใต้ แต่จะดำเนินการโดยมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าในกระบวนการผลิต และการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน การลดปริมาณการก่อให้เกิดขยะ และเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก นอกจากนี้ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งหมดถูกสงวนไว้เป็นพื้นที่สีเขียวอีกด้วย  

ที่มา
1.  Ban, Y. U. (2011). Korea EIP (eco-industrial park) development strategies including legal system improvement measure. URL https://www.wbginvestmentclimate.org/advisory-services/cross-cutting-issues/climate-change/upload/Session3-2-version-2-Korean-EIP-and-Legal-System-Improvement-Yong-Un-Ban-1.pdf Retrieved May 8, 2012
2.  EcoPark (2012).About EcoPark. URL http://www.ecopark.com.hk/en/about.aspx Retrieved May 8, 2012
3.  Fujita, T. (2011). Eco-town projects/environmental industries in progress: environment-conscious type of town-building; case introduction. URL http://www.meti.go.jp/policy/recycle/main/3r_policy/policy/pdf/ecotown/ecotown_casebook/english.pdf Retrieved May 14, 2012
4.  Ministry of Economy, Trade and Industry (2011). Map of approved eco-town sites. URL http://www.meti.go.jp/policy/recycle/main/3r_policy/policy/pdf/ecotown/Map23fy10.pdf Retrieved May 4, 2012
5.  Waste Prevention Best Practice Factsheets (2009). National Industrial Symbiosis Programme (UK). URL http://ec.europa.eu/environment/ waste/ prevention/pdf/NISP_Factsheet.pdf Retrieved May 14, 2012
 

ดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติม

  • เอกสารสรุปการดูงาน Eco Townเมืองคิตะคิวชู และเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 3-8 ธันวาคม 2556
  • เอกสารประกอบการบรรยาย การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
  • คู่มือการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม

Back to top