โครงการการขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม

หลักการเหตุผล

จากผลกระทบของภาวะโลกร้อน ทำให้ประเทศจ่างๆ ทั่วโลกตื่นตัวในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แนวคิดการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO หรือ Corporate Carbon Footprint: CCF) เป็นวิธีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมทั้งหมดขององค์กรและคำนวณออกมาในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อันจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการบริหารจัดการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระดับหน่วยงาน บริษัทหรือโรงงาน ระดับอุตสาหกรรม และระดับประเทศ

การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรเป็นวิธีในการแสดงข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากการดำเนินงานขององค์กรเพื่อส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก มีการคำนวณข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานและจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนอย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในการเข้าสู่ระหับการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Training Scheme) ในกรณีที่ประเทศไทยต้องกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ตลอดจนการพัฒนาระบบการรับรองและทวนสอบข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้่นท์องค์กรของประเทศ อันจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในประเทศไทยในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อขยายผลให้มีการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม

2. เพื่อวิเคราะห์แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร (Hot Spot) และหาแนวทางการลด
    การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรภาคอุตสาหกรรม

3. จัดให้มีการทวนสอบและรับรองผลการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์การภาคอุตสาหกรรม
    ที่เข้าร่วมโครงการและสร้างความเข็มแข็งให้แก่ระบบทวนสอบ

กลุ่มเป้าหมาย

โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานสูง ได้แก่
1. อุตสาหกรรมเหล็ก
2. อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
3. อุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า
4. อุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
5. อุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ
6. อุตสาหกรรมสิ่งทอ
7. อุตสาหกรรมแก้วและกระจก
8. อุตสาหกรรมเซรามิกส์
9. อุตสาหกรรมอโลหะ
10.อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ขอบเขตการดำเนินการ (โดยย่อ)

1. รับสมัครและคัดเลือกองค์กรนำร่องเข้าร่วมโครงการฯ ตามเกณฑ์การคัดเลือกที่พัฒนาขึ้นมาและได้รับความเห็นชอบจาก อบก. อย่างน้อย 35 แห่ง
2. วิเคราะห์แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร และคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ
3. พัฒนาแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและวิธีการตรวจวัด และส่งเสริมให้องค์กรนำร่องที่เข้าร่วมโครงการฯ ดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่กำหนด
4. จัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์และแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ
5. จัดให้มีการทวนสอบปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คำนวณได้จากกิจกรรมภายในองค์กรและรายงานข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ได้ตาม "แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร" ที่พัฒนาโดย อบก. โดยบุคคลที่ 3 ที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยทวนสอบ (Verification Body:VB) กับ อบก. พร้อมแก้ไขให้กระบวนการทวนสอบแล้วเสร็จ
6. จัดประชุมสัมมนาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
   6.1 จัดพิธีเปิดโครงการและการลงนามในบันทึกความร่วมมือระหว่างองค์กรนำร่อง โดยเชิญหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน 1 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่า 100 คน และจัดให้มีพิธีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 วัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการ การจัดเก็บข้อมูลและแนวปฏิบัติในการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรให้แก่องค์กรนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ
   6.2 จัดการประชุมร่วมกับคณะทำงานขององค์กรฯ นำร่องเป็นระยะ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการดำเนินงานที่เหมาะสมกับกลุ่มอุตสาหกรรม
   6.3 จัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาของโครงการฯ ประกอบด้วย นักวิชาการที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจาก อบก. เป็นประธาน และให้มีการประชุมเป็นระยะเพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
   6.4 จัดประชุมสัมมนาเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของโครงการฯ และประชาสัมพันธ์คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 1 ครั้ง โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมงาน ไม่น้อยกว่า 200 คน

 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1. องค์กรภาคอุตสาหกรรม สามารถคำนวณค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์และลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีความพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อนก๊าซเรือนกระจกหากมีการพัฒนาขึ้นในอนาคต
2. องค์กรภาคอุตสาหกรรม มีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมระดับประเทศลดลง

 

ระยะเวลาดำเนินโครงการ

3 ธ.ค. 2556 ถึง 20 ต.ค. 2557

ผู้ดำเนินการโครงการ

สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

หน่วยงานสนับสนุนโครงการ

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

ผู้สนับสนุนงบประมาณ

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ

สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

รายละเอียดอื่นๆ

ประกาศผลการคัดเลือกโรงงานนำร่องโครงการ การขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในภาคอุตสาหกรรม

อัลบั้มภาพ

DSC_0183-resize.jpg
DSC_0200-resize.jpg
DSC_0241-resize.jpg
DSC_0279-resize.jpg
DSC_0283-resize.jpg
DSC_0294-resize.jpg
DSC_0344-resize.jpg
DSC_0314-resize.jpg
  • DSC_0183-resize.jpg
  • DSC_0200-resize.jpg
  • DSC_0241-resize.jpg
  • DSC_0279-resize.jpg
  • DSC_0283-resize.jpg
  • DSC_0294-resize.jpg
  • DSC_0344-resize.jpg
  • DSC_0314-resize.jpg

 

ดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติม

  • หลักการและวิธีการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
  • หนังสือเชิญร่วมสัมมนาเผยแพร่ผลดำเนินโครงการ
  • กำหนดการสัมมนา
  • แบบตอบรับฯ ภาคเช้า
  • แบบตอบรับการฯ ภาคบ่าย

Back to top